คุณลักษณะของถั่วลิสงแต่ละพันธุ์ มีลักษณะเหมือนหรือต่างกัน

คุณลักษณะของถั่วลิสงแต่ละพันธุ์

ถั่วลิสงเป็นพืชที่สามารถบำรุงดินได้ดี  แต่ก็มีลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์ก็มีคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป โดยที่ยังคงคุณสมบัติบางอย่างไว้เหมือนกัน เช่น มีโปรตีนที่มีคุณภาพดี มีไขมันดีที่เป็นประโยยชน์ต่อสุขภาพ ซึ่งมีการจำแนกพันธุ์ ดังนี้

การจำแนกถั่วลิสงในแบบต่าง

1. การจำแนกทางพฤษศาสตร์ (botanical classification) วิธีนี้แบ่งเป็น 2 sub-species คือ

Arachis hypogaea spp. hypogaea พวกนี้ไม่มีดอกบนต้นหลัก (main stem) บนแขนงมีดอก 2 ข้อ เว้น 2 ข้อ เป็นพันธุ์หนัก เมล็ดมีระยะพักตัว (dormancy) มักเป็นพุ่มเลื้อย ฝักมี2 เมล็ด ขนาดใหญ่ พวกนี้ได้แก่ประเภทเวอร์จิเนีย (Virginia)

Arachis hypogaea spp. fastigiata มีดอกบนต้นหลักและกิ่ง ฝักเกิดเป็นกระจุกที่โคนต้น เมล็ดไม่พักตัว มีอายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพวกแรก แบ่งออกได้เป็น 2 พวกย่อยๆ คือ พวกวาเลนเซีย ฝักยาวมี 3-4 เมล็ด และสแปนนิชฝักสั้นมี 2 เมล็ด

2. แบ่งตามขนาดเมล็ด การแบ่งวิธีนี้มี 3 ชนิด คือ เวอร์จิเนีย วาเลนเซีย และสแปนนิช ดังนี้

ลักษณะ Virginia Valencia Spanish
อายุเก็บเกี่ยว 120-150 วัน 100-120 วัน  90-100 วัน
ทรงพุ่ม เลื้อย, กึ่งเลื้อย ตั้งตรง ตั้งตรง
ความยาวกิ่งข้าง ยาวกว่าต้นหลัก ยาวกว่าต้นหลัก ยาวเท่าต้นหลัก
ดอกบนต้นหลัก ไม่มี มี มี
สีใบ เขียวเข้ม เขียวอ่อน  เขียวอ่อน
การเกิดฝัก กระจายตามข้อ ที่โคนต้น  ที่โคนต้น
การพักตัว พักตัว 3-6 เดือน ไม่พักตัว ไม่พักตัว
เมล็ด/ฝัก 2 เมล็ด 3-4 เมล็ด 2 เมล็ด
ขนาดเมล็ด โต ปานกลาง เล็ก
(กรัม/100 เมล็ด)  (56 กรัมขึ้นไป) (45-55 กรัม) (40-45 กรัม)
สีเยื่อหุ้มเล็ด น้ำตาลปนแดง สีม่วง แดง น้ำตาล ขาวอมชมพู
ตัวอย่างพันธุ์ในประเทศไทย ขอนแก่น 60-3  ส.ข.38 ขอนแก่น 60-2ลำปาง ไทนาน 9  ขอนแก่น 60-1

3.การแบ่งพันธุ์ตามความต้องการของตลาด ปลูกโดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักสด เช่น ถั่วลิสงต้มทั้งฝักสด และปลูกโดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักแห้ง ซึ่งต้องเลือกพันธุ์ที่ใช้เพาะปลูกให้เหมาะสม คือ

ปลูกโดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักสด

ถ้าเป็นถั่วลิสงต้มสดทั้งฝักนิยมใช้พันธุ์ ที่มีเมล็ด 3-5 เมล็ดต่อฝัก เช่น สุโขทัย 38 กาฬสินธุ์ 1 ซึ่ง 2 พันธุ์นี้มี เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมือง ส่วนพันธุ์ที่ทางราชการรับรองและสามารถทำเป็นถั่วต้มได้ เช่น พันธุ์ขอนแก่น 60 – 2 และขอนแก่น 4

สำหรับถั่วลิสงต้มอบแห้งนิยมใช้ทั้งพันธุ์ไทนาน 9 และพันธุ์อื่นๆ โดยขึ้นอยู่กับโรงงานแปรรูปนั้นๆ การเลือกพันธุ์ถั่วลิสงเพื่อใช้เพาะปลูกนั้น ควรพิจารณาเลือกปลูกพันธุ์ตามความต้องการของตลาด โดยคำนึงถึง สภาพแวดล้อมที่ปลูกด้วย

ถ้าดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำเราควรที่จะบำรุงดินอย่างไร ควรปลูกแบบไหน สามารถอ่านบทความ วิธีปลูกถั่วลิสง

โดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักแห้ง

นิยมใช้พันธุ์ที่มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูอ่อนหรือเมล็ดสีอื่นเพราะขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้บริโภคในขณะนั้นด้วย สำหรับพันธุ์ที่มีการรับรองและโรงงานกะเทาะถั่วลิสงต้องการมาก คือ พันธุ์ไทนาน 9 ขอนแก่น 60 – 1 ขอนแก่น 5 และขอนแก่น 4 หรือพันธุ์พื้นเมืองที่มีลายฝักชัดเจนมี 2 – 3 เมล็ดต่อฝัก

ถั่วลิสงเมล็ดโต(จัมโบ้) แม้ว่าเมล็ดจะเป็นที่ต้องการของตลาดผู้แปรรูปเป็นอย่างมาก แต่เกษตรกรผู้สนใจจะปลูกควรสามารถจัดการทั้งระบบได้ เช่น การกะเทาะถั่วลิสง

พันธุ์ถั่วลิสง

1.พันธุ์ไทนาน9

เป็นพวกสแปนนีช มีทรงต้นเป็นพุ่มตรง ติดฝักเป็นกระจุกที่โคนต้น ขนาดฝักเล็ก หนึ่งฝักมีเมล็ด 1-3 เมล็ด แต่ส่วนมากมี 2 เมล็ดต่อฝัก เยื่อหุ้มเมล็ดมีสีชมพูหรือสีชมพูซีด อายุเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่ 95 – 105 วัน เมื่อปลูกในฤดูฝนอายุเก็บเกี่ยวประมาณ 100 วัน

เส้นลายฝักเรียบ (ลักษณะที่แตกต่างจากพันธุ์ขอนแก่น 60-1 คือลายฝักไม่ชัดเจน) น้ำหนัก 40 กรัม/100 เมล็ด ให้ผลผลิตฝักแห้ง 260 กิโลกรัมต่อไร่ เหมาะสำหรับใช้ในรูปถั่วกะเทาะเปลือก เป็นพันธุ์ปลูกแพร่หลายที่สุดในปัจจุบัน

2.พันธุ์พื้นเมือง

มีปลูกหลายพันธุ์ แต่พันธุ์ที่ปลูกสำหรับขายฝักสด ทำถั่วต้ม มีเมล็ดสีแดง ฝักหนึ่งมี 3-4 เมล็ด ฝักค่อนข้างตรง เมล็ดแน่น อายุเก็บเกี่ยวประมาณ 95 วัน

3.พันธุ์เกษตร1

อายุประมาณ 120 วัน ขนาดฝักใหญ่ หนึ่งฝักมี 2 เมล็ด เมล็ดสีชมพูสด ถ้าเกษตรกรปลูกในฤดูแล้ง ซึ่งมักมีอากาศเย็น การงอกและการเจริญเติบโตจะช้ากว่าการปลูกในฤดูฝน ดังนั้นอายุเก็บเกี่ยวของพันธุ์ที่กล่าวนี้จะล่าช้าออกไปอีกประมาณ 5-10 วัน

4.พันธุ์ส.ข.38 (สุโขทัย38)

เป็นพวกวาเลนเซีย มีทรงต้นเป็นพุ่มตรง เยื่อหุ้มเมล็ดสีแดงจัด ระยะเวลาปลูกโดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักสด อายุเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่85 – 90 วัน แต่ฝักแก่เต็มที่ในระยะเวลา 95 – 105 วัน ติดฝักเป็นกระจุกที่โคนต้น เส้นลายฝัก และจะงอยฝักเห็นได้ชัดเจน มี 3 – 4 เมล็ดต่อฝัก

น้ำหนัก 38.90 กรัม/100 เมล็ด ให้ผลผลิตฝักสด 510 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิตฝักแห้ง 250 กิโลกรัมต่อไร่ เหมาะสำหรับใช้บริโภคในรูปถั่วต้มสด

5.พันธุ์ลำปาง

เป็นพวกวาเลนเซีย ลักษณะทั่วไปเหมือน ส.ข.38 แต่เยื่อหุ้มเมล็ดมีสีชมพู มีทรงต้นเป็นพุ่มตรง ระยะเวลาปลูกโดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักสดจะมีอายุเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 85 – 90 วัน แต่ฝักจะแก่เต็มที่ในระยะเวลา 95 – 110 วัน ติดฝักเป็นกระจุกที่โคนต้น เส้นลายฝักและจะงอยฝักเห็นได้ชัดเจน มี 3 – 4 เมล็ดต่อฝัก

น้ำหนัก 40.60 กรัม/100 เมล็ด ให้ผลผลิตฝักแห้ง 280 กิโลกรัมต่อไร่ เหมาะสำหรับบริโภคในรูปถั่วต้มสด

6.พันธุ์ขอนแก่น4

ระยะเวลาปลูกโดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักสดจะมีอายุเก็บเกี่ยวอยู่ที่ 85 – 90 วัน แต่ฝักจะแก่เต็มที่ในระยะเวลา 95 – 100 วัน เหมาะสำหรับใช้ประโยชน์ 2 รูปแบบ คือ ใช้บริโภคในรูปถั่วต้มสดและ ใช้ประโยชน์ในรูปถั่วกะเทาะเปลือก

มีทรงต้นเป็นพุ่มตรง ลำต้นสีเขียวอมม่วง เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูหรือสีชมพูเข้ม เส้นลายบนฝักชัดมี 3-4 เมล็ดต่อฝัก ฝักยาว 3.9 ซม. กว้าง 1.5 ซม. ใบสีเขียว ดอกสีเหลือง ลักษณะการติดฝักเป็นกระจุกบริเวณโคนต้น อายุถึงออกดอก 21-25 วัน

อายุเก็บเกี่ยว 95-100 วัน จำนวนเมล็ด/ฝัก 3 เมล็ด 100 เมล็ด หนัก 47 กรัม เปอร์เซ็นต์กะเทาะ 63.4 เปอร์เซ็นต์ ในเมล็ดแห้งมีโปรตีน 28.7 เปอร์เซ็นต์ และน้ำมัน 46.4 เปอร์เซ็นต์

ลักษณะเด่น

1. ให้ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 586 กก./ไร่ ให้ผลผลิตฝักแห้งเฉลี่ย 270 กก./ไร่ และผลผลิตเมล็ดเฉลี่ย 171 กก./ไร่ 2. มีน้ำหนัก 100 เมล็ดเท่ากับ 47 กรัม
3. ทนทานต่อโรคโคนเน่าปานกลาง

7.พันธุ์ขอนแก่น5

มีทรงต้นเป็นพุ่มกว้างตั้งตรง เส้นลายบนฝักเห็นได้ชัด เยื่อหุ้มเมล็ดเป็นสีชมพูเข้ม ลำต้นสีเขียวอ่อน ใบสีเขียว ดอกสีเหลือง ทรงพุ่มกว้าง ติดฝักเป็นกระจุกที่โคนต้น อายุถึงออกดอก 20-28 วัน

อายุถึงเก็บเกี่ยว 85-115 วัน จำนวนฝัก/หลุม 24 ฝัก หนึ่งฝัก มี 2 เมล็ดต่อฝัก น้ำหนัก 51.1 กรัม/100 เมล็ด ผลผลิตฝัก 300 กก./ไร่ เหมาะสำหรับใช้ประโยชน์ในรูปถั่วกะเทาะเปลือก

ลักษณะเด่น

1. มีขนาดเมล็ดโตกว่า หรือมีน้ำหนัก 100 เมล็ด สูงกว่าพันธุ์ไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 ร้อยละ 17 และ 7 ตามลำดับ

2. สามารถปรับตัวและให้ผลผลิตได้ดีกว่าพันธุ์ไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกในฤดูแล้งที่ใช้น้ำชลประทาน ให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์ไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 ร้อยละ 12 และ 7 ตามลำดับ

3. มีระดับการเป็นโรคยอดไหม้ร้อยละ 12.8 ซึ่งต่ำกว่า พันธุ์ไทนาน 9 และขอนแก่น 60-1 ซึ่งเป็นโรค ร้อยละ 20.6 และ 16.3 ตามลำดับ

8.พันธุ์ขอนแก่น6

ทรงพุ่มแผ่กว้าง ออกดอก 21 – 25 วัน เก็บเกี่ยว 110 – 120 วัน เปลือกฝักมีลายชัดเจน มี 2 เมล็ดต่อฝัก เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพู น้ำหนัก 67.4 กรัม/100 เมล็ด ผลผลิต 400 กิโลกรัม มีอายุพักตัว 6 สัปดาห์ ทนทานโรคยอดไหม้

9.พันธุ์ขอนแก่น60-1

จัดเป็นพวกสแปนนิช มีทรงต้นเป็นพุ่มตรง ดอกสีเหลือง ออกดอกแรกเมื่ออายุประมาณ 23 วันหลังงอก อายุเก็บเกี่ยว 95 – 105 วัน ติดฝักเป็นกระจุกที่โคนต้น สามารถเห็นเส้นลายฝักได้ชัดเจน แต่จะงอยปาก เห็นไม่เด่นชัด มี 2 เมล็ดต่อฝักเยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพู น้ำหนัก 45.90 กรัม/100 เมล็ด

ให้ผลผลิตฝักแห้ง 270 กิโลกรัมต่อไร่ เหมาะสำหรับใช้ในรูปถั่วกะเทาะเปลือก ฝักยาวและโตกว่าพันธุ์ไทนาน 9 และเมื่อเก็บรักษาไว้เกิน 1 เดือน จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล 100 เมล็ด

ลักษณะเด่น

1. ขนาดเมล็ดและฝักโตกว่าพันธุ์ไทนาน 9

2. ให้ผลผลิตสูงเช่นเดียวกับพันธุ์ไทนาน 9

3. ผลผลิตทั้งฝักแห้งเฉลี่ย 273 กก./ไร่ ส่วนในฤดูแล้ง 303 กก./ไร่ และฤดูฝน 250 กก./ไร่

4. ในเมล็ดมีโปรตีน ร้อยละ 28.19 และน้ำมัน ร้อยละ 43.32

10.พันธุ์ขอนแก่น 60-2

จัดเป็นพวกวาเลนเซีย มีทรงต้นเป็นพุ่มตรง ระยะเวลาปลูกโดยจะใช้ผลผลิตในรูปฝักสด อายุเก็บเกี่ยวจะอยู่ที่ 85 – 90 วัน แต่ฝักแก่เต็มที่ในระยะเวลา 95 – 105 วัน ติดฝักเป็นกระจุกที่โคนต้นเส้นลายฝักและจะงอยฝักเห็นได้ชัดเจนมี 3 – 4 เมล็ดต่อฝัก เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพู ฝักยาวโตและรูปร่างตรงกว่าพันธุ์ สข.38

เส้นลายบนฝักและมีจะงอยปากเห็นได้ชัดเจน เก็บรักษาไว้เกิน 1 เดือน จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ดอกสีเหลืองออกดอกแรกเมื่อมีอายุประมาณ 27 วันหลังงอก น้ำหนัก 40.70 กรัม/100 เมล็ด ให้ผลผลิตฝักสด 570 กิโลกรัมต่อไร่ ผลผลิต ฝักแห้ง 270 กิโลกรัมต่อไร่ เหมาะสำหรับใช้บริโภคในรูปถั่วต้มสด

ลักษณะดีเด่น

1. ฝักยาวและโต รูปร่างค่อนข้างตรง มีจำนวนฝักที่มี 3 เมล็ด/ฝักสูง และมีขนาดเมล็ดโตกว่าพันธุ์ สข.38

2. ผลผลิตฝักสด 572 กก./ไร่ และฝักแห้ง 266 กก./ไร่ ซึ่งสูงกว่าพันธุ์ สข.38 ร้อยละ 12 และ ร้อยละ 8 ตามลำดับ

3. มีฝักที่มี 3-4 เมล็ด ร้อยละ 59.38

4. มีฝักที่มี 1-2 เมล็ด ร้อยละ 40.62

5. ในเมล็ดมีโปรตีน ร้อยละ 27.43 และน้ำมัน ร้อยละ 44.29

11.พันธุ์ขอนแก่น60-3

เป็นพวกเวอร์จิเนีย มีทรงต้นเป็นพุ่มกว้างกึ่งเลื้อย ติดฝักค่อนข้างกระจายไปตามกิ่งที่ทอดไปบนดิน ทำให้ฝักแก่ไม่พร้อมกัน ถ้าต้องการไม่ให้ฝักกระจายจนเกินไป ต้องปรับระยะปลูกให้ได้ 60×10 ซม. จำนวน 1 ต้น/หลุม

ดอกสีเหลือง ออกดอกแรกเมื่ออายุประมาณ 35 วันหลังงอก อายุเก็บเกี่ยว 110 – 120 วัน เส้นลายบนฝักชัด และจะงอยปากเห็นได้ชัดเจน มี 2 เมล็ดต่อฝัก เยื่อหุ้มเมล็ดสีชมพูและส้มอ่อน

น้ำหนัก 76.20 กรัม/100 เมล็ด ให้ผลผลิต 380 กิโลกรัมต่อไร่ เหมาะสำหรับใช้ในรูปเมล็ดสำหรับแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ถั่วอบเนย ถั่วทอด เมล็ดมีการ

เมื่อเก็บรักษาไว้นานเกิน 1 เดือน จะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาล มีระยะพักตัว 60 วันหลังเก็บเกี่ยว แก้ไขได้โดยใช้สารละลายอีเทรลเจือจางพรมเมล็ด ก่อนปลูกหรือปล่อยเมล็ดไว้จนหมดระยะพักตัวแล้วจึงใช้ปลูก

แต่ควรคำนึงถึงข้อเสียที่ว่าเมล็ดพันธุ์ที่ปล่อยทิ้งจนพ้นระยะพักตัวจะเสื่อมความงอกอย่างรวดเร็ว ถั่วลิสงพันธุ์นี้มีความต้านทานต่อโรคราสนิม โรคใบจุด และต้านทาน แมลงปานกลาง จะให้ผลผลิตสูงมากในดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง-สูง และควรมีความชื้นเพียงพอตลอดอายุการเจริญเติบโต

ลักษณะเด่น

1. ขนาดเมล็ดและฝักโตกว่าพันธุ์ที่ใช้แนะนำอยู่เดิมโดยมีขนาดโตกว่าพันธุ์ไทนาน 9 ร้อยละ 76 โดยน้ำหนัก

2. ผลผลิตทั้งฝักแห้งเฉลี่ย 378 กก./ไร่ สูงกว่าพันธุ์ไทนาน 9 ร้อยละ 21

3. เมล็ดแห้งมีปริมาณโปรตีนร้อยละ 24.8 และน้ำมัน ร้อยละ 49.3

4. ต้านทานต่อโรคราสนิม และโรคใบจุด ดีกว่าพันธุ์ไทนาน 9

5. ต้านทานต่อหนอนชอนใบ เพลี้ยไฟ และเพลี้ยจักจั่น ดีกว่าพันธุ์ไทนาน 9
ลักษณะประจำพันธุ์

12.พันธุ์ขอนแก่น9

มีลักษณะเด่น

ขนาดเมล็ดโตกว่าพันธุ์มาตรฐานที่อยู่ในกลุ่มขนาดเมล็ดปานกลาง โดยมีน้ำหนัก 52.8 กรัม/100เมล็ด ซึ่งขนาดเมล็ดโตกว่าถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน 9 ที่มีน้ำหนัก 44.2 กรัม/100 เมล็ด และขอนแก่น 5 จำนวน 48.5กรัม/100เมล็ด รวมทั้งถั่วลิสงพันธุ์ขอนแก่น9 ยังให้ผลผลิตฝักแห้ง 264 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าถั่วลิสงพันธุ์ไทนาน 9 ที่ให้ผลผลิตฝักแห้ง 247 กิโลกรัมต่อไร่ และขอนแก่น 5 ให้ผลผลิตฝักแห้ง 250 กิโลกรัมต่อไร่

13.พันธุ์กาฬสินธุ์1

ลักษณะเด่น

1. เปลือกฝักค่อนข้างเรียบทำให้ล้างฝักสดให้สะอาดได้ง่าย

2. อายุเก็บเกี่ยวสั้นกว่าพันธุ์ สข. 38 และขอนแก่น 60-2 ประมาณ 5-10 วัน

3. มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีแดง ซึ่งเป็นที่นิยมของตลาดถั่วลิสงฝักต้มในประเทศไท

4. มีรสชาติดี ฝักตรง มีจำนวนเมล็ด 2-3 เมล็ดต่อฝักลักษณะทางการเกษตร : อายุเก็บเกี่ยวฝักสด 80 – 85 วัน ฝักแห้ง 90 – 100 วัน ขนาดฝัก 3.2 x 1.2 ซม. จำนวนเมล็ด 2.6 เมล็ดต่อฝัก ผลลิตฝักสด 456 กก./ไร่ ผลผลิตฝักแห้ง 191 กก./ไร่

14.พันธุ์กาฬสินธุ์2

หรือพันธุ์พระราชทาน (พันธุ์ KAC 431) ถั่วลิสงพันธุ์ KAC 431 มีชื่อเรียกในเชิงการค้าหลายชื่อต่างๆ กัน เช่น ถั่วลิสง พันธุ์พระราชทาน ถั่วจัมโบ้ลาย ถั่วราชินี ถั่วหลวง

ลักษณะดีเด่น :

1.ให้ผลผลิตฝักสดเฉลี่ย 579 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่าพันธุ์ขอนแก่น 60-2 และ สข.38 ร้อยลและ 18 ตามลำดับ

2.มีความต้านทานต่อโรคราสนิมและใบจุดสีน้ำตาล

3.มีรูปร่างฝักสวยฝักยาว มี 2-4 เมล็ดต่อฝัก รสชาติค่อนข้างหวาน

15.พันธุ์คิงคองดำ

หรือเพชรดำ หรือถั่วลิสงดำ เป็นพวกวาเลนเซีย ลำต้นสูงประมาณ 15-70 เซนติเมตร ลำต้นไม่ล้มง่าย อายุเก็บเกี่ยว 110-120 วัน สีดำของเยื่อหุ้มเมล็ดเกิดจากแอนโทไซยานินและซีลีเนียม น้ำหนัก 96 กรัม/100เมล็ด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เอกสารแนะนำที่3/2557 การปลูกถั่วลิสง

เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตถั่วลิสง

ถั่วลิสง

ขอนแก่น 9 ถั่วลิสงพันธุ์ใหม่ใช้น้ำน้อยสู้ภัยแล้ง

ถั่วลิสง (Peanut หรือ Groundnut)

บทความที่เกี่ยวข้อง