ทำความรู้จักโรคและศัตรูของถั่วลิสง การป้องกันกำจัด

ทำความรู้จักโรคและศัตรูของถั่วลิสง

หลังจากที่เราได้พูดถึงการปลูกถั่วลิสงในบทความ   มาแล้ว หลังการที่ได้ทำการปลูกบางคนอาจจะประสบประหาเกี่ยวกับโรคและศัตรูของถั่วลิสง ซึ่งในบทความนี้เราจะพูดถึงโรค ช่วงเวลาที่โรคระบาด และวิธีจัดการโดยชีวภาพ และการจำกัดศัตรูพืชแบบชีวภาพด้วยเช่นกัน

วิธีปลูกการดูแลรักษาหลังการปลูกของถั่วลิสงการเก็บรักษาถั่วลิสงหลังเก็บเกี่ยว – ทำความรู้จักโรคและศัตรูของถั่วลิสง การป้องกันกำจัด

โรคของถั่วลิสง

1.โรคโคนเน่าหรือโคนเน่าขาด

2.โรคลำต้นเน่าหรือโคนเน่าขาว

3.โรคยอดไหม้

4.โรคใบจุด

5.โรคราสนิม

ศัตรูของถั่วลิสง

1.หนอนชอนใบถั่วลิสง

2.เพลี้ยอ่อนถั่ว

3.เพลี้ยไฟ

4.เพลี้ยจักจั่น

5.เสี้ยนดิน

6.หนอนกินใบ

7.หนู

โรคในถั่วลิสง

1.โรคโคนเน่าหรือโคนเน่าขาด

สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Aspergillus niger

ลักษณะอาการ ต้นเหี่ยวเหลือง ยุบตัว โคนต้นเป็นแผลสีน้ำตาล พบกลุ่มสปอร์สีดำปกคลุมบริเวณแผล เมื่อถอนขึ้นมาส่วนลำต้นจะขาดจาก ส่วนราก

ช่วงเวลาระบาด รุนแรงในระยะต้นกล้าอายุ 1 – 4 สัปดาห์ ในสภาพ ดินทรายหรือร่วนทราย อุณหภูมิของดินและอากาศสูง 30 – 35 องศาเซลเซียส

การป้องกันกำจัด

  • ไม่ควรปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้นานเกินไป
  • เก็บเกี่ยวถั่วลิสงตามอายุของพันธุ์
  • การใช้เชื้อราไตรโคเดอร์ม่าในการควบคุม
  • สมุนไพรที่ช่วยกำจัด สะเดา ข่า ตะไคร้หอม รากหม่อน เปลือกมะม่วงหิมพานต์ เทียนหยด ใบมะรุม(รองก้นหลุม)

2.โรคลำต้นเน่าหรือโคนเน่าขาว 

สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii

ลักษณะอาการ ยอด กิ่ง และลำต้นเหี่ยวยุบเป็นหย่อมๆ พบแผลเน่าที่ส่วนสัมผัสกับผิวดิน บริเวณที่ถูกทำลายจะมีเส้นใยสีขาว รวมทั้งเม็ดสเคลอโรเทีย ของเชื้อราที่มีสีขาว โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกพืชแน่นเกินไป และปลูกซ้ำ ที่เดิม พบพืชเป็นโรคในช่วงหลังจากติดฝักถึงเก็บเกี่ยว

ช่วงเวลาระบาด พบมากในฤดูฝน สภาพที่มีความชื้นสูง หรือมีฝนตกชุก

การป้องกันกำจัด

• ปลูกพืชหมุนเวียนที่ไม่ใช่พืชตระกูลถั่ว เช่น ข้าวฟ่าง

• ถอนต้นที่เป็นโรคตั้งแต่เริ่มแสดงอาการ เผาทำลายนอกแปลงปลูก

• เก็บเกี่ยวถั่วลิสงตามอายุของพันธุ์

3.โรคยอดไหม้

สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัส Groundnut bud necrosis virus

ลักษณะอาการ ในระยะ 2 สัปดาห์หลังต้นถั่วงอกใบจะมีจุดสีซีด หรือ เป็นปื้นสีน้ำตาลบนใบที่เชื้อเข้าทำลาย จากนั้นเส้นใบซีดหรือจุดกระสีซีดบนใบ ยอด ก้านใบและกิ่งโค้งงอ ถ้าเป็นโรคในระยะกล้าถั่วลิสงจะตายหรือแคระแกร็น ไม่ติดฝัก ถ้าเป็นโรคระยะต้นโตทำให้การติดฝักลดลง

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูแล้ง

การป้องกันกำจัด

• การปลูกถั่วลิสงในฤดูแล้ง โดยอาศัยน้ำชลประทาน ควรปลูกให้เร็ว ขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน อาจจะช่วยลดความรุนแรงของโรคได้ เนื่องจาก ระยะที่เพลี้ยไฟเคลื่อนย้ายมาที่ต้นถั่วนั้นเป็นระยะที่ออกดอกหรือติดฝักแล้ว ซึ่งถั่วลิสงจะเป็นโรคยากขึ้น

• ถอนต้นที่เป็นโรคตั้งแต่เริ่มแสดงอาการ เผาทำลายนอกแปลงปลูก

4.โรคใบจุด

สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Cercospora arachidicola

ลักษณะอาการ แผลเป็นจุดสีดำหรือสีน้ำตาล ขนาด 1 – 8 มิลลิเมตร ขอบแผลอาจมีวงสีเหลืองล้อมรอบ ระยะแรกพบที่ใบล่างต่อมาลุกลามสู่ใบบน อาการรุนแรงทำให้ใบเหลือง ขอบใบบิดเบี้ยว ไหม้แห้งดำ และร่วงก่อนกำหนด พบโรคทุกแหล่งปลูก สปอร์ปลิวไปตามลมและน้ำ แพร่กระจายโดยนกและแมลง โดยทั่วไประบาดร่วมกับโรคราสนิม

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูฝน โดยเฉพาะในสภาพที่มีฝนตก ติดต่อกัน 6 – 7 วัน

การป้องกันกำจัด

  • เผาทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรคหลังการเก็บเกี่ยว
  • ปลูกพืชหมุนเวียน เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และข้าวฟ่าง
  • สมุนไพรที่ช่วยกำจัด ว่านน้ำ ใบกระดูกไก่ ลูกปะค้าดีควาย เปลือกมะม่วงหิมพานต์

5.โรคราสนิม 

สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Puccinia arachidis

ลักษณะอาการ แผลเป็นตุ่มสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้ม ขนาดเท่าหัวเข็ม หมุดกระจายทั่วบนใบ ต่อมาแผลจะแตก พบสปอร์ของเชื้อราสีน้ำตาลคล้ายสนิม เหล็กจำนวนมากคลุมบริเวณปากแผล สปอร์ปลิวไปตามลมและน้ำแพร่กระจาย โดยนกและแมลง โดยทั่วไประบาดร่วมกับโรคใบจุด

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในฤดูฝน

การป้องกันกำจัด

  • ปลูกพันธุ์ต้านทานต่อโรค คือ กาฬสินธุ์ 2
  • เผาทำลายเศษซากพืชที่เป็นโรค หลังการเก็บเกี่ยว
  • สมุนไพรที่ช่วยกำจัด ตะไคร้หอม กระเทียม

ศัตรูพืชของถั่วลิสง

1.หนอนชอนใบถั่วลิสง

ลักษณะและการทำลาย ตัวเต็มวัยเป็นผีเสื้อกลางคืนสีน้ำตาล ยาวประมาณ 5 มิลลิเมตร หนอนฟักออกจากไข่และชอนเข้าไปกัดกินเนื้อเยื่อ ของใบเหลือไว้แต่ผิวใบบนและด้านล่าง ต่อมาใบจะแห้งเป็นสีขาว เมื่อหนอน โตมากขึ้นจะออกมาพับใบถั่วหรือชักใยเอาใบถั่วมารวมกัน อาศัยกัดกินและ เข้าดักแด้ในใบนั้น ถ้าระบาดรุนแรงจะทำให้ต้นถั่วแคระแกร็น ใบร่วงหล่น ผลผลิตลดลงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง เป็นเวลานานเกิน 15 วัน

สมุนไพรที่สามารถกำจัด สะเดา ยาสูบ สบู่ต้น สะเดา สาบเสือ ส้มเช้า ประทัดจีน มะระ สลอด ลำโพง

2.เพลี้ยอ่อนถั่ว

ลักษณะและการทำลาย เป็นแมลงขนาดเล็ก ยาวประมาณ 1 มิลลิเมตร เคลื่อนไหวช้าหัวมีขนาดเล็กกว่าส่วนอก ส่วนท้องโต ลักษณะ อ้วนป้อม มีท่อเล็กๆ ยื่นยาวไปทางส่วนท้าย 2 ท่อ ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกิน น้ำเลี้ยงตามยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก และเข็ม ทำให้ต้นแคระแกร็น ใบอ่อน และยอดอ่อนหงิกงอ ดอกร่วง

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง เป็นเวลานานเกิน 15 วัน

การป้องกันกำจัด น้ำส้มควันไม้1ฝา ผสมกับน้ำเปล่า1ขวดฟ๊อกซี่ ฉีดบริเวณดังกล่าว

3.เพลี้ยไฟ

ลักษณะและการทำลาย เพลี้ยไฟ ที่ทำลายถั่วมีหลายชนิด เป็นแมลงขนาดเล็กยาว ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร สีน้ำตาลหรือน้ำตาลดำ เคลื่อนไหว ว่องไว ดูดกินน้ำเลี้ยงตามยอดอ่อน ใบ และดอก ทำให้ใบหงิกงอ บิดเบี้ยว มีรอยขีดข่วน เพลี้ยไฟบางชนิดทำลายใบ ทำให้มีลักษณะ เหมือนไขติดอยู่เส้นกลางใบและหลังใบ สีน้ำตาลคล้ายสนิม ถ้าระบาดรุนแรง จะทำให้ยอดไหม้และตาย เพลี้ยไฟบางชนิดเป็นพาหะนำโรคยอดไหม้ ทำให้ ต้นถั่วชะงักการเจริญเติบโต ผลผลิตลดลงมากกว่า50 เปอร์เซ็นต์

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง เป็นเวลานานเกิน 15 วัน

สมุนไพรที่สามารถกำจัด พริกแดงสด กระเทียม พริกไทย ดีปลี มะระ มะเขือเทศ น้อยหน่า สาบแร้งสาบกา หางไหล เมล็ดสะเดา ยาสูบ สาบเสือ ตะไคร้หอมหรือตะไคร้แดง ใบดาวเรือง ข่า พริก ดีปลี

4.เพลี้ยจักจั่น

ลักษณะและการทำลาย เพลี้ยจักจั่นมีลำตัวยาวประมาณ 3 มิลลิเมตร สีเขียวอ่อน ตาสีขาว บินได้ว่องไว ตัวอ่อนเดินออกด้านข้างเป็นเส้นทแยงมุม ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดน้ำเลี้ยงบริเวณใต้ใบ ทำให้ใบเหลือง ปลายใบเป็น รูปตัววี ถ้าระบาดรุนแรงมากใบจะไหม้เป็นสีน้ำตาลและร่วง ผลผลิตลดลง มากกว่า50 เปอร์เซ็นต์

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในสภาพอากาศแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง เป็นเวลานานเกิน 15 วัน

สมุนไพรที่สามารถกำจัด หางไหล สาบเสือ สะเดา ดาวเรือง น้อยหน่า ยาสูบ บอระเพ็ด ว่านหางจระเข้ พริกแดงสด

5.เสี้ยนดิน

ลักษณะและการทำลาย เสี้ยนดินเป็นมดชนิดหนึ่ง ขนาดเท่ามดแดง ความกว้างของส่วนหัว 1.2 – 1.6 มิลลิเมตร ความยาวของส่วนหัว 1.4 – 1.9 มิลลิเมตร ทำลายฝักถั่วลิสง โดยการเจาะเปลือกถั่วเป็นรูแล้วกัดกินเมล็ดในฝัก หลังจากนั้นจะนำดินเข้าไปไว้ในฝักแทนเมล็ดที่ถูกทำลาย

ช่วงเวลาระบาด ระบาดรุนแรงในถั่วลิสงที่ปลูกในป่าเปิดใหม่ ในดิน ร่วนปนทรายหรือแหล่งที่ปลูกตามหลังพืชอาหารอื่นๆ ของเสี้ยนดิน เช่น ข้าวโพด และอ้อย เป็นต้น

การป้องกันกำจัด
• ไม่ปลูกถั่วลิสงในแหล่งหรือแปลงที่เคยพบการระบาดของเสี้ยนดิน
• ในแหล่งที่พบการทำลายของเสี้ยนดินควรทำการสุ่มสำรวจการทำลาย เป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะถั่วลิสงสร้างฝักและเมล็ด โดยใช้มะพร้าวทั้งผล ผ่าซีกคว่ำฝังดิน ลึกจนถึงด้านบนกะลามะพร้าว หากพบเสี้ยนดินให้นำผลมะพร้าวเผาทำลาย

อีกหนึ่งสูตรกำจัดเสี้ยนดิน โดยมีส่วนผสม ดังนี้
หัวหญ้าแห้วหมู 5 ขีด (ทุบพอแตก)
หัวหญ้าสาบเสือ 2 ขีด (ทุบพอแตก)
เหล้าขาว 3 ขวด

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้งหมด ผสมรวมกันทิ้งไว้ 1-2 วัน เพื่อให้ได้สารอินทรีย์ออกมาใช้ (สามารถเก็บไว้ได้นาน 2 ปี)

วิธีใช้
นำน้ำหมักที่ได้ไปฉีดพ่นเมื่อมีแมลงระบาด เมื่อเห็นตัวจะได้ผลดี โดยใช้อัตราส่วน 2 – 3 ช้อนแกง ต่อน้ำ 20 ลิตรหรือ 200 ซีซีต่อน้ำ 200 ลิตร แต่ถ้าต้องการป้องกัน ควรฉีดพ่น ลงบนผิวดินอยู่บริเวณทรงพุ่มของไม้ผล เพื่อห้องกันแมลงที่เกิดบนผิวดิน

6.หนอนกินใบ

(ชาวบ้านเรียกหนอนหนังเหนียว) ใช้สารเคมีฉีดพ่นไม่ตายจะกัดกินใบเหลือแต่ก้านใบ วิธีการกาจัดคือ ใช้ฟางข้าวมากองข้างแปลงล่อให้หนอนหลบลงใต้ดินใต้กองฟางแล้วใช้วิธีเผาฟางให้หนอนตาย

7.หนู

โดยจะเข้าทาลายช่วงถั่วติดฝักและติดเมล็ดแล้วจะมีการเคลื่อนย้ายไปทั่วแปลงเมื่อหนูเข้าทำลายมักจะประสบปัญหาสุนัขเข้าไปขุดคุ้ยหาหนูทาให้บริเวณนั้นได้รับความเสียหาย

วิธีกาจัด

1. ใช้กับดัก

2. ใช้ยาเบื่อ

3. ใช้ยาดำผสมจารบีหรือน้ามันเครื่องที่ใช้แล้ว
(ขี้โล้) ป้ายบริเวณปากรูหรือทางผ่านของหนูจะเลียและตายในที่สุด

4. ตัดก้านกล้วยวางรอบๆพื้นที่ที่ปลูก เพื่อหลอกว่าเป็นงูหนูจะไม่เข้ามา

5. ใช้ส่วนผสมประกอบด้วย น้ำ 20 ลิตร นมข้นหวาน 1 ส่วน ผสมแลนเนท 1 ส่วน ฉีดรอบคันนา หนูจะกินยาและตายในที่สุด

6. ใช้บอระเพ็ด ข่า โครกให้ละเอียด ผสมน้าและกรอกไปในรูหนูจะช่วยขับไล่ได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เอกสารแนะนำที่3/2557 การปลูกถั่วลิสง

การปลูกถั่วลิสงไม่ใช้น้ำ

การกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน

สมุนไพรป้องกัน กำจัดโรคพืช แมลงศัตรูพืช

วิธีกำจัดเพลี้ย

บทความที่เกี่ยวข้อง