วิธีหลีกเลี่ยงอันตรายจากสารอะฟลาทอกซินในกระบวนการปลูกถั่วลิสง

วิธีปลูกถั่วลิสงให้ปราศจากสารอะฟลาทอกซิน

สารอะฟลาทอกซินนั้นมีความสำคัญอย่างมากที่คนปลูกถั่วลิสงจะต้องรู้จักและแก้ไข เพราะสารอะฟลาทอกซินนั้นเป็นอันตรายในทางตรงและทางอ้อม ฉะนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงการที่จะปลูกถั่วลิสงอย่างไรให้ไร้สารพิษอะฟลาทอกซิน

เนื้อหา

ทำความรู้จักอะฟลาทอกซิน

ความอันตรายของอะฟลาทอกซิน

อะฟลาทอกซินเกิดในถั่วลิสงและพืชอื่นๆ

วิธีปลูกถั่วลิสงให้ปราศจากสารอะฟลาทอกซิน

สรุป

ทำความรู้จักอะฟลาทอกซิน

อะฟลาทอกซินคือ เป็นสารพิษที่เกิดจากเชื้อราหลายชนิด แต่ชนิดที่มีความสำคัญนั้น คือ สารพิษที่เชื้อรา A. flavus (A. ย่อมาจาก Genus “Aspergillus” และ fla ย่อมาจากชื่อ “flavus”) สร้างขึ้นเมื่อมีอาหารและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

สามารถอ่านบทความเกี่ยวกับอะฟลาทอกซินได้ที่ ทำความรู้จักอะฟลาทอกซิน มีคุณสมบัติอย่างไร ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโต

ข้าวโพดที่มีเชื้อรา

ความอันตรายของอะฟลาทอกซิน

อะฟลาทอกซินจัดเป็นสารพิษพวก carcinogen คือสารที่ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์และสารก่อมะเร็งเป็นพิษต่อตับ ทำให้เกิดตับอักเสบ ตับแข็ง เนื้องอกในตับ และมะเร็งที่ตับ ความเป็นพิษของอะฟลาทอกซินนั้นมีแบบทั้งที่เป็นชนิดเฉียบพลันและเรื้อรัง

สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายของสารอะฟลาทอกซินได้ทีี่ อันตรายจากสารพิษอะฟลาทอกซินที่มีต่อคนและต่อสัตว์

ถั่วลิสงหลายเมล็ดที่ไม่ค่อยสมบูรณ์

อะฟลาทอกซินเกิดในถั่วลิสงและพืชอื่นๆ

สารอะฟลาทอกซินนั้นนอกจากจะมีในถั่วลิสงยังมีใน ข้าวโพด เมล็ดฝ้าย พริก เนื้อมะพร้าว ถั่วบราซิล ถั่วพิตาชิโอ้ และ ถั่วอัลมอนด์
นอกจากนี้ยังมีในข้าวสาลี ถั่วเหลือง ข้าวฟ่าง ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ต ก็มีสารอะฟลาทอกซินแต่มีในปริมาณที่ต่ำมาก

อะฟลาทอกซินที่มีในพืชชนิดอื่น

วิธีปลูกถั่วลิสงให้ปราศจากสารอะฟลาทอกซิน

1.ใช้เมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ เมล็ดไม่เหี่ยวย่น ไม่เป็นเชื้อรา ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน การที่จะนำถั่วลิสงที่ไม่มีคุณภาพไปปลูกนั้นจะทำให้ได้ต้นถั่วที่เจริญเติบโตช้าและอ่อนแอ จุดนี้เองจะทำให้ถั่วลิสงถูกเข้าทำลายจากแมลงและเชื้อราได้ง่าย

หลังการกะเทาะเปลือกออกแล้วถ้าพบเมล็ดที่เป็นรา เมล็ดเน่า เมล็ดเสีย ควรทิ้งทันที ไม่ควรเก็บไว้บริโภคหรือเอาไว้เป็นอาหารให้สัตว์เด็ดขาด เพราะเหล่านี้ก่อให้เกิดสารอะฟลาทอกซินได้

2.เมื่อนำเมล็ดออกจากฝักแล้วควรนำไปปลูกทันที ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นานโดยเฉพาะเมล็ดพันธุ์ที่กะเทาะด้วยเครื่องกะเทาะ เพราะถ้าปล่อยไว้นานแล้วจะทำให้อัตราการงอกลงลดและยังทำให้เกิดสารอะฟลาทอกซินได้ง่าย

เมล็ดที่กะเทาะด้วยเครื่องจะเสื่อมสภาพการงอกได้ง่ายกว่าเมล็ดที่กะเทาะด้วยมือ ดังนั้นเมื่อกะเทาะเสร็จแล้วควรรีบนำไปปลูกโดยทันที

3.ไม่ควรปลูกซ้ำพื้นที่เดิมที่เคยปลูก ถ้าจะปลูกซ้ำพื้นที่เดิมควรปลูกพืชอื่นๆสลับกับการปลูกถั่วลิสง โดยพืชที่แนะนำให้ปลูกหมุนเวียนกับถั่วลิสงได้แก่ ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ และข้าวโอ๊ต

4.ควรมีการบำรุงด้วยปุ๋ยมูลสัตว์เพราะในมูลสัตว์มีธาตุโบรอนมาก ถ้าหากขาดธาตุโบรอนแล้วจะทำให้เมล็ดกลวงและอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของ A. flavus ก่อให้เกิดสารพิษอะฟลาทอกซินนั้นเอง

5.ก่อนปลูกควรคลุกเมล็ดด้วยไรโซเบียม ถ้าไม่ได้คลุกไรโซเบียมก่อนปลูก ต้นอาจอ่อนแอทำให้ถูกลำลายด้วยแมลงก่อให้เกิดเชื้อรา ไรโซเบียมนั้นมีส่วนในการสงเสริมการเจริญเติบโตของต้นถั่วลิสง ช่วยเพิ่มปริมาณไนโตรเจน

6.กรณีที่ไม่ได้คลุกไรโซเบี้ยมแนะนำให้โรยปูนขาวก่อนปลูก โดยเฉพาะในดินทรายและดินร่วนปนทรายควรที่จะโรยปูนขาว การขาดแคลเซียมจะทำให้แมลงเข้าทำลายและเกิดเชื้อรา

7.ในดินที่มีแคลเซียมต่ำควรใส่ยิปซัมเพื่อเพิ่มแคลเซียมและกำมะถัน โดยการโรยยิปซัมในแถวถั่วลิสงในปริมาณ 25-50 กิโลกรัมต่อไร่ ถ้าดินมีแคลเซียมต่ำมากแนะนำให้ใส่ 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ โดยใส่ 20-30 หลังการปลูก

ถั่วลิสง(จัมโบ้)และดินที่แคลเซียมน้อย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใส่ยิปซัม

8.ระยะ 30 วัน ก่อนเก็บเกี่ยวเป็นช่วงที่ถั่วลิสงไม่ควรขาดน้ำ เพราะถ้าขาดน้ำในช่วงนี้เป็นช่วงแห่งการพัฒนาเนื้อเยื่อของฝัก ถ้าขาดน้ำช่วงนี้จะทำให้การพัฒนาเนื้อเยื่อไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้แมลงและเชื้อราในดินเข้าทำลายถั่วลิสง

เมื่อแมลงเข้าทำลายถั่วลิสง ก็จะทำให้เกิดเชื้อราที่ก่อให้เกิดสารอะฟลาทอกซินได้

9.ไม่ควรปลูกถั่วลิสงต่อจากการปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ เพราะถั่วลิสงเป็นพืชที่เชื้อราเข้าทำลายในช่วงก่อนเก็บเกี่ยวได้ เพื่อเป็นการลดเชื้อราที่หลงเหลืออยู่ในแปลง จึงไม่ควรปลูกถั่วลิสงต่อจากข้าวโพดอาหารสัตว์

10.ไม่ควรให้ถั่วลิสงขาดน้ำในช่วงออกดอก ช่วงแทงเข้ม ช่วงพัฒนาการของฝัก เพราะการขาดน้ำในช่วงนี้ทำให้ต้นถั่วลิสงอ่อนแอ ส่งผลให้แมลงเข้าทำลายได้

สารแทนนินสามารถยับยั้งสารอะฟลาทอกซินได้โดยตรง

11.เมื่อพบแหล่งสะสมเชื้อราควรรีบกำจัด เช่น ซากต้นถั่วลิสง ซากต้นและฝักข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

12.การเก็บรักษาถั่วลิสงควรควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ควรมีอุณหภูมิประมาณ 20 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 65 เปอร์เซ็นต์

13.สำหรับเมล็ดที่ต้องการนำไปทำพันธุ์ควรตากให้ฝักแห้งดี โดยเก็บใส่ถุงพลาสติกปิดปากถุงให้แน่นไม่ให้มีอาการเข้า และไม่มีความชื้นจากข้างนอกเข้าไปได้ เก็บไว้ในที่สะอาดและแห้ง ทำแบบนี้จะสามารถเก็บถั่วได้นาน 8-10 เดือน และไม่ก่อให้เกิดเชื้อรา

14.ถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์ที่แกะแล้วควรนนำไปเก็บไว้ในอุณหภูมที่เย็นประมาณ 10-5 องศาและมีความชื้นที่ต่ำ ถ้าเก็บไว้ในสภาพปกติ ไม่ควรเก็บเกินสามเดือนเพราะเสี่ยงต่อการเข้าทำลายของเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดสารอะฟลาทอกซิน

การเก็บถั่วลิสงเพื่อบริโภคเพื่อทำอย่างอื่น ควรเก็บโดยที่ไม่ให้ถั่วลิสงสัมผัสกับออกซิเจน คือเก็บอย่างมิดชิด เมื่อออกวิเจนลดลงและคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น จะทำให้เชื้อราไม่เจริญเติบโต

15.ไม่ควรเก็บเมล็ดถั่วลิสงไว้เกิน 6 เดือน เพราะจะก่อให้เกิดสารพิษอะฟลาทอกซินได้

16.ควรเก็บถั่วลิสงในระยะที่แก่พอดี การเก็บในระยะที่แก่เกินไปหรืออ่อนเกินไปนั้นทำให้มีโอกาสเกิดเชื้อราได้มากกว่าระยะที่แก่พอดี

17.เมื่อนำฝักถั่วลิสงออกจากต้นควรตากทันทีหลังจากนำฝักออก โดยไม่ควรเกิน1-2วันหลังจากที่นำฝักออก และควรทำให้ฝักแห้งเร็วที่สุด ความชื้นประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ จะสามารถต้านทานต่อการเข้าทำลายของเชื้อราได้มากยิ่งขึ้น

สารแทนนินที่อยู่ในเยื่อหุ้มถั่วลิสงสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราได้โดยตรง

18.ไม่ควรให้แมลงเข้าทำลาย เพราะถ้าแมลงเข้าทำลายก็เท่ากับว่าช่วยเปิดทางให้เชื้อราเข้าไป การเข้าทำลายของแมลงยังทำให้ความชื้นในเมล็ดสูงขึ้นอีกด้วย ผลกระทบทั้งสองอย่างทำให้เกิดเชื้อราอะฟลาทอกซินได้

19.ถั่วลิสงพันธุ์ต้านนั้นสามารถดูดความชื้นให้อยู่ในระดับที่ไม่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเชื้อราได้

20.ฤดูร้อนนั้นมีความชื้นน้อยกว่าฤดูฝน ฉะนั้นเลยทำให้ถั่วที่ปลูกในฤดูฝนนั้นมีความชื้นมากกว่าดังนั้นเมื่อจะนำถั่วลิสงไปทำพันธุ์ควรรีบนำไปตาก

เมล็ดถั่วลิสง6เมล็ด

สรุป

การจะปลูกถั่วลิสงให้ปราศจากสารอะฟลาทอกซินนั้นต้องไม่ให้ถั่วลิสงขาดน้ำจนเกินไป ไม่ควรขาดแคลเซียมในดินหรือในถั่วลิสง ต้องไม่มีแมลงเข้าทำลาย เก็บเกี่ยวถั่วในระยะที่แก่พอดี ตากถั่วเพื่อลดความชื้น

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

อะฟลาทอกซินในถั่วลิสง:ข้อเสนอวิธีแก้ปัญหา

ตรวจเอกสาร

ลำดับการทำงานของธาตุอาหารพืช (BIOCHEMICAL SEQUENCE)

ปุ๋ยชีวภาพไรโซเบียม

บทความที่เกี่ยวข้อง