การดูแลรักษาหลังการปลูกของถั่วลิสง

การดูแลรักษาหลังการปลูกของถั่วลิสง

หลังจากที่เราเรียนรู้เรื่องวิธีปลูกถั่วลิสงไปแล้ว บทความนี้เราจะพูดถึงขั้นตอนที่ต่อจากการปลูก นั้นก็คือวิธีดูแลถั่วลิสงนั้นเอง เพื่อให้ได้ถั่วลิสงที่มีผลผลิตที่ดีเยี่ยม

วิธีปลูก – การดูแลรักษาหลังการปลูกของถั่วลิสง – การเก็บรักษาถั่วลิสงหลังเก็บเกี่ยวทำความรู้จักโรคและศัตรูของถั่วลิสง การป้องกันกำจัด

เนื้อหา

การให้น้ำของถั่วลิสง

การกำจัดวัชพืชและพูนโคน

การใส่ปุ๋ย

การใส่ยิปซัม

การให้น้ำของถั่วลิสง

•ต้องให้น้ำทุกๆ 10 – 15 วัน อย่าให้ถั่วลิสงขาดน้ำในระยะออกดอก (30 – 40 วันหลังงอก) และช่วงลงเข็มเพราะจะทำให้ผลผลิตลดลงมาก การขาดน้ำในช่วง 30 วันก่อการเก็บเกี่ยว ยังก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องของสารอะฟลาทอกซินในถั่วลิสงด้วย

•ในช่วงฤดูฝน ควรมีแหล่งน้ำที่สามารถช่วยลดความเสียหาย หากถั่วลิสงเกิดกระทบแล้ง

•ในช่วงฤดูแล้ง อาศัยน้ำชลประทาน ควรควบคุมการให้น้ำอย่าให้แฉะเกินไป เพราะจะทำให้ถั่วลิสงเจริญเติบโตไม่ดีและเกิดโรคโคนเน่าได้ง่าย และอย่าปล่อยให้ถั่วลิสงขาดน้ำจนแสดงอาการใบเหี่ยว

ในการให้น้ำก็ไม่ควรให้น้ำท่วมหลังแปลงปลูก การให้น้ำปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้งจะทำให้ผลผลิต และคุณภาพของเมล็ดถั่วลิสงเจริญเติบโตได้ดีกว่าการให้น้ำครั้งละมากๆ แต่น้อยครั้ง

การให้น้ำควรให้ในปริมาณที่น้อย แต่ควรให้บ่อยครั้ง

การกำจัดวัชพืชและพูนโคน

การกำจัดวัชพืช

การกำจักวัชพืชนั้นมีอยู่ 2 วิธีด้วยกัน โดยการใช้มือถอนละการใช้สารเคมี

โดยส่วนมากการกำจัดวัชพืชในการปลูกถั่วลิสงจะไม่มีปัญหาเรื่องวัชพืช เนื่องจากมีการเตรียมดินที่ดีลดปัญหาวัชพืชได้ประมาณ 90% ถ้ามีวัชพืชให้ใช้มือถอนหรือถ้าหากเจอปัญหาฝนตก วัชพืชจะขึ้นเยอะก็จ้างคนใช้จอบถากและเป็นการมูลดินโคนต้นไปด้วยก็จะดี

กำจัดวัชพืชครั้งแรกที่อายุ 15 วัน และครั้งที่ 2 ที่อายุ 30 วันหลังงอก
ถ้ายังมีวัชพืชตกค้างในแปลงมาก ควรมีการกำจัดอีกครั้งเมื่ออายุ 60 วัน แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้กระทบกระเทือนต่อการลงเข็มของต้นถั่ว
หรือใช้สารเคมี กำจัดวัชพืช เช่น อะลาคลอร์ เมโทลาคลอร์ อิมาเซ็ททาเพอร์ แลคโตเฟน ฮาล๊อคซิฟอพเมทิล เป็นต้น

การใช้วิธีกำจัดวัชพืชโดยวิธีธรรมชาติ อาจเห็นผลช้า แต่ถ้าลำบากที่จะรอก็ควรใช้วิธีธรรมชาติครับ เพราะเป็นมิตรกับผู้ผลิตและผู้บริโภคด้วย

การพูนโคน

ในกรณีที่เป็นการใช้แรงงานคนในการกำจัดวัชพืช มักจะทำพร้อมกับการพรวนดินและพูนโคน ซึ่งควรทำหลังจากถั่วลิสงออกดอก และก่อนลงเข็ม หรือเมื่อต้นถั่วอายุ 30 – 40 วัน การพูนโคนไม่ควรกองดินสูง ควรพูนโคนเตี้ยๆ และให้แผ่กว้างออกจากโคนต้น ทั้งนี้เนื่องจากการติดฝักไม่ได้ กระจายอยู่บริเวณโคนแต่จะแผ่กระจายออกจากแนวโคนต้นเล็กน้อย

เมื่อถั่วอายุประมาณ 28-30 วัน จะเริ่มออกดอก แต่ประเภทเวอร์จิเนียจะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 35 วัน หากปลูกฤดูแล้งที่มีอากาศเย็น การออกดอกจะช้าออกไปอีกประมาณ 5 วัน

การใส่ปุ๋ย

ก่อนการใส่ปุ๋ยควรมีการวิเคราะห์ค่าความอุดมสมบูรณ์ของดิน โดยส่งตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ที่หน่วยงานของกรมวิชาการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน หรือกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อจะเลือกใช้ปุ๋ยได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สำหรับคำแนะนำทั่วไปในดินเหนียวหรือดินร่วนเหนียว

ควรใส่ปุ๋ยเคมีในอัตราดังนี้
• ดินร่วนอัตรา3 – 9 – 0 กิโลกรัมต่อไร่ ของ N – P2O5 – K2O
• ดินร่วนเหนียวปนทรายอัตรา3 – 9 – 6 กิโลกรัมต่อไร่ ของ N -P2O5 – K2O หรือใส่ปุ๋ยสูตร 12 – 24 – 12 ในอัตรา25 กิโลกรัมต่อไร่

หรือจะใส่ปุ๋ยตามเกณฑ์ ดังนี้
ปุ๋ยสูตร 3-9-6 สำ หรับดินที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
ปุ๋ยสูตร 6-18-6 สำ หรับดินที่อุดมสมบูรณ์ปานกลาง
ปุ๋ยสูตร 12-24-12 สำ หรับดินที่อุดมสมบูรณ์น้อย

ส่วนช่วงเวลาใส่ปุ๋ยอาจใส่ก่อนปลูกหรือหลังจากงอกไม่เกิน 15 วัน ซึ่งอาจจะใส่พร้อมกับการกำจัดวัชพืช โดยโรยปุ๋ยและพรวนคลุกเคล้ากับดินข้างแถวปลูก ในดินทรายที่มีแคลเซียมต่ำกว่า120 ส่วนในล้านส่วน การใส่ปุ๋ยแคลเซียมจะช่วยลดปริมาณฝักที่มีเมล็ดลีบ เพิ่มเปอร์เซ็นต์การกะเทาะและผลผลิต

แหล่งของปุ๋ยแคลเซียม ได้แก่ ปูนขาว 100 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ก่อนปลูก หรือ ใส่ยิปซัม 50 กิโลกรัมต่อไร่ โรยโคนต้นเมื่อออกดอกหรือถั่วลิสงอายุประมาณ 30 วัน

โดยทั่วไปดินที่ปลูกถั่วลิสงมักจะมีธาตุฟอสฟอรัสและไนโตรเจนตํ่า ส่วนธาตุอาหารหลักอื่น ๆ มักจะไม่ขาด แต่จำเป็นต้องได้เพิ่มเติมลงไปในดินในรูปของปุ๋ย ธาตุอาหารหลักที่จะต้องใส่ในรูปของปุ๋ยวิทยาศาสตร์เสมอคือ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโปแตสเซี่ยม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งธาตุไนโตรเจน ควรจะใส่ลงไปในดินพร้อมกับปลูก เพราะพืชต้องการใช้ในการเจริญเติบโตตั้งแต่เป็นต้นกล้า หลังจากนั้นพืชสามารถตรึงธาตุไนโตรเจนได้เองโดยเชื้อจุลินทรีย์ที่อยู่ในปมราก

ความต้องการปุ๋ยของถั่วลิสง คล้ายกับพืชตระกูลถั่วชนิดอื่น ๆคือ ต้องการธาตุไนโตรเจน และโปแทสเซี่ยมค่อนข้างน้อย แต่ต้องการธาตุฟอสฟอรัสในปริมาณที่สูงกว่า ดังนั้นสูตรปุ๋ยสำหรับถั่วลิสงที่ทางราชการแนะนำ ให้ใช้จึงมักจะเป็นอัตราส่วนของธาตุอาหารทั้ง 3 ชนิด (ไนโตรเจน : ฟอสฟอรัส : โปแตสเซี่ยม ) ดังนั้น 1 : 3 :2 หรือ 1 : 3 : 1 หรือ 1 : 2 : 1 เช่น

การใส่ยิปซัม

ยิปซัม เป็นแหล่งธาตุอาหารรองที่เป็นประโยชน์กับพืชโดยเฉพาะ ถั่วลิสง ธาตุอาหารดังกล่าวได้แก่ แคลเซียม (Ca) มีประมาณร้อยละ 23 – 24 และกำมะถัน (S) มีประมาณร้อยละ 14 – 17

วิธีการใช้ยิปซัม สำหรับถั่วลิสงใช้ยิปซัมอัตรา25 – 50 กิโลกรัม ต่อไร่ โรยตามแถวในระยะเริ่มออกดอกแรก 20 – 30 วันหลังปลูก และพรวน กลบโคนต้น หากดินที่ปลูกถั่วลิสงมีธาตุแคลเซียมในดินต่ำ อาจจำเป็นต้องใช้ ยิปซัมในอัตราสูงขึ้นระหว่าง 50 – 100 กิโลกรัมต่อไร่

สำหรับถั่วลิสงเมล็ดใหญ่ (จัมโบ้) จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ยิปซัมตาม อัตราแนะนำระหว่าง 50 – 100 กิโลกรัมต่อไร่ ใส่ช่วงออกดอกหรือระยะลงเข็ม ไม่ควรใส่ในขั้นเตรียมดินเนื่องจากจะถูกชะล้างสูญเสียได้ง่าย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เอกสารแนะนำที่3/2557 การปลูกถั่วลิสง

การปลูกถั่วลิสงไม่ใช้น้ำ

เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตถั่วลิสง

บทความที่เกี่ยวข้อง