วิธีปลูกถั่วลิสง การดูแลหลังการปลูกและหลังการเก็บเกี่ยว ศัตรูพืชและโรค

วิธีปลูกถั่วลิสง

ถั่วลิสงเป็นพืชที่มีสารอาหารมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และถั่วลิสงยังสามารถปลูกได้ทุกฤดู ไม่ว่าจะเป็นช่วงที่มีฝนหรือช่วงที่ไม่มีฝน แต่การปลูกแต่ละช่วงนั้นย่อมแตกต่างกันออกไป บทความนี้เราจะพูดถึงการปลูกถั่วลิสงที่แตกต่างกันออกไปในฤดูแล้งและฤดูฝน

วิธีปลูก – การดูแลรักษาหลังการปลูกของถั่วลิสงการเก็บรักษาถั่วลิสงหลังเก็บเกี่ยวทำความรู้จักโรคและศัตรูของถั่วลิสง การป้องกันกำจัด

เนื้อหา

ฤดูในการปลูก

เลือกพื้นที่่ในการปลูก

การเตรียมดิน

การเตรียมเมล็ดพันธุ์

การปลูกถั่วลิสง

ฤดูในการปลูก

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าถั่วลิสงนั้นสามารถปลูกได้ทั้งในช่วงแล้งและช่วงฝน โดยมีช่วงระยะเวลาเพาะปลูกที่เหมาะสม ดังนี้

ฤดูฝน

ส่วนใหญ่เป็นการเพาะปลูกในพื้นที่ไร่หรือพื้นที่ที่มีความสูงมากกว่าพื้นที่ทำนา แบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง คือ

  • ต้นฤดูฝน ควรปลูกในช่วง เมษายน – พฤษภาคม เก็บเกี่ยวประมาณ กรกฎาคม – สิงหาคม
  • กลางฤดูฝน ควรปลูกในเดือนมิถุนายน เก็บเกี่ยวประมาณ กันยายน – ตุลาคม
  • ปลายฤดูฝน ควรปลูกในช่วง กรกฎาคม – สิงหาคม เก็บเกี่ยวประมาณ ตุลาคม – พฤศจิกายน

ฤดูแล้ง

ปลูกในไร่ที่มีระบบน้ำ หรือปลูกถั่วลิสงในพื้นที่นาหลังการเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว แบ่งตามการใช้น้ำได้ คือ

• การปลูกโดยอาศัยชลประทาน ควรปลูกในช่วงธันวาคม – มกราคม จะได้เก็บเกี่ยวประมาณเดือนเมษายน – พฤษภาคม

• การปลูกโดยอาศัยความชื้นที่เหลือในดิน มีเงื่อนไขคือต้องปลูกในช่วงวันที่ 20 พฤศจิกายนและไม่เกิน 15 ธันวาคม

ปลูกในฤดูแล้งซึ่งมักมีอากาศเย็น ทำให้การงอกและการเจริญเติบโตจะช้ากว่าการ
ปลูกในฤดูฝน ดังนั้น อายุเก็บเกี่ยวของพันธุ์ที่กล่าวนี้จะล่าช้าออกไปอีกประมาณ 5-10 วัน

ฤดูแล้ง สามารถปลูกได้ในพื้นที่นาหรือพื้นที่ไร แต่ต้องมีระบบน้ำ แต่ถ้าไม่มีระบบน้ำ สามารถอาศัยความชื้นจากดิน แต่ต้องปลูกในช่วงหลังจากที่เก็บเกี่ยวข้าวเสร็จไม่เกินวันที่ 15 ธันวาคม ในฤดูฝน ควรปลูกในพื้นที่ที่เป็นไร่ และจะดีมากยิ่งขึ้นหากมีระบบน้ำ เพราะเป็นการป้องกันความแห้งแล้ง

เลือกพื้นที่่ในการปลูก

สภาพพื้นที่ที่เหมาะสม คือ ที่ราบเชิงเขา ที่ดอน ที่ราบที่มีการระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ท่วมขัง(อาจจะทำให้ถั่วลิสงเน่าได้)

พื้นที่ไร่ เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถมีน้ำท่วมขัง ปลูกได้ตลอดทั้งปีแต่ต้องมีระบบน้ำด้วย

พื้นที่นา ส่วนมากนิยมปลูกช่วงเสร็จจากการทำนา

สภาพอากาศที่เหมาะสม

ถั่วลิสงสามารถปลูกได้ในทุกภาคของประเทศไทยที่มีปริมาณน้ำฝน ประมาณ 1,000 – 1,500 มิลลิเมตรต่อปี และมีการกระจายตัวดี

• อุณหภูมิที่เหมาะสมสหรับการเจริญเติบโตของถั่วลิสงระหว่า กลางคืนกับกลางวันควรอยู่ระหว่าง 25 – 35 องศาเซลเซียส

• มีแสงแดดจัด

แหล่งน้ำ

มีน้ำเพียงพอสำหรับใช้เมื่อเวลาจำเป็นจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดน้ำ ในกรณีที่ฝนทิ้งช่วงนานๆ

• ถ้าถั่วลิสงขาดน้ำในระยะช่วงออกดอกถึงติดฝักอ่อน จะทำให้ผลผลลดลงมาก ระยะวิกฤตของการขาดน้ำอยู่ระหว่าง 30 – 70 วันหลังงอก

ลักษณะดิน

ดินร่วน ดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนเหนียว ความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง มีอินทรียวัตถุไม่น้อยกว่าร้อยละ การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี ระดับหน้าดินลึกประมาณ 30 เซนติเมตร มีความเป็นกรดด่างระหว่าง 5.5 – 6.5

กรณีปลูกแบบไม่ใช้น้ำ(ในภาคกลาง) ควรเลือกดินร่วนปนทรายบางพื้นที่เรียกดินทรายปนตม หรือดินเหนียวปนทราย ที่มีค่า pH ประมาณ 5.5 – 6.5 เป็นดินที่มีความชื้นพอเหมะ(กำแล้วดินจะจับตัวกันเป็นก้อน แต่เมื่อปล่อยลงพื้นจะแตกกระจาย) มีความละเอียด(เดินย่ำแล้วรู้สึกนิ่ม)

ที่ที่จะปลูกถั่วลิสงนั้นส่วนใหญ่สามารถแบ่งออกเป็นที่นาและที่ไร่ ซึ่งต้องดูแหล่งน้ำ สภาพอากาศ และลักษณะดินด้วย

การเตรียมดิน

1. พื้นที่ไร่ ไถเตรียมดินเช่นเดียวกับการปลูกพืชไร่ทั่วไป คือ ไถดะ แปร และไถพรวน ย่อยดินให้เป็นก้อนเล็กพอควร ดินที่มีเนื้อเหนียวมาก ไม่เหมาะที่จะใช้ปลูกถั่วลิสง เพราะการลงฝักและการเจริญเติบโตของฝักจะไม่ดี และยังทำให้เก็บเกี่ยวลำบากอีกด้วย

2. พื้นที่นา ควรที่จะมีการปฏิบัติที่แตกต่างกันไปแล้วแต่ระยะเวลาที่มีเพียงพอสำหรับการเตรียมดินซึ่งจะขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวข้าว โดยมีขั้นตอนดังนี้

ถ้าเก็บเกี่ยวข้าวเร็วมีเวลาพอที่จะหมักดิน ควรเลือกใช้วิธีปล่อยน้าเข้านาประมาณ 1 เดือน เมื่อฟางย่อยสลายจะปล่อยน้าออกทิ้งใช้เวลาประมาณ  3–4 วัน พอหน้าดินแห้ง (สังเกตผิวดินจะขาว) จับดินดูไม่เหนียว ไม่ติดมือ (เกษตรกรเรียกดินเป็นข้าวตู)

การไถ ครั้งแรกไถดะเป็นการเปิดหน้าดิน และตากดินทิ้งไว้ 2–3 วัน พอเริ่มแห้ง

ไถแปร 1 รอบ ถ้าพบว่าบริเวณใดดินยังมีความชื้นมาก (สังเกตดูดินจะเป็นแผ่นคราดไม่แตก) จะเว้นไว้ปล่อยให้หน้าดินแห้ง ถ้าพบบริเวณที่แห้งให้ปรับผานให้ลึกเพื่อให้ดินใหม่ชื้นขึ้นมา แล้วคราดกลบหน้าดินไว้ก่อน ส่วนพื้นที่ดินที่มีความชื้นเหมาะสม (สังเกตจากหน้าดินจะแตกดี)

ไถ – คราดหรือพรวนดิน โดยไถตัดไปตัดมา (เกษตรกรเรียกตัดรอยไถ) ทำเช่นนี้ประมาณ 5–6 รอบ จนได้ดินที่ละเอียดพอ (เดินย่ำดูรู้สึกนิ่ม) จึงปลูกถั่วได้ ซึ่งช่วงของการเตรียมดินจะช้าหรือเร็ว หรือใช้อุปกรณ์ไถ – คราดหรือจอบหมุน ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน

ในบางพื้นที่ต้องมีการยกร่องดิน หรับปลูกและสะดวกแก่การให้น้ำ ดังนั้นระยะห่างระหว่างสันร่องอาจไม่ สามารถทำได้ตามระยะที่ต้องการ

ในบางแห่งที่เป็นนาลุ่ม ความชื้นในดินดี และมีน้ำใต้ดินอยู่ตื้น การเตรียมดินอาจทำเช่นเดียวกับการเตรียมดินไร่ คือไม่ต้องยกร่องเพื่อให้น้ำแต่ปลูกบนพื้นราบตามระยะที่กำ หนด

การเตรียมเมล็ดพันธุ์

การใช้เมล็ดใหญ่หรือเล็กในการปลูกย่อมให้ผลไม่ต่างกันมากนัก แต่เมล็ดไม่ควรเป็นเมล็ดที่เหี่ยวย่นหรือมีตำหนิ และไม่ควรมีกลิ่นเหม็นหืน

1.ควรใช้เมล็ดพันธุที่มีอัตราการงอกมากกว่า 70 เปอร์เซ็น

2.เมล็ดพันธุ์สามารถกระเทาะด้วยมือและด้วยเครื่องกระเทาะ กรณีที่กระเทาะด้วยเครื่องต้องคัดเมล็ดที่ผิวแตกหรือผิวถลอกออก  และต้องรีบนำไปปลูกทันที เพราะอัตราการงอกของการกระเทาะเครื่องจะเสื่อมเร็วกว่าการกระเทาะมือ

3.คลุกเชื้อไรโซเบี้ยม ถ้าหากดินไม่ดีและไม่เคยปลูกถั่วลิสงมาก่อน ควรใช้ไรโซเบี้ยมคลุกเมล็ดก่อนปลูก(หรือโรยปูนขาวในดินก่อน) ต้องรีบปลูกเมล็ดที่คลุกไรโซเบี้ยมทันที และระวังอย่าให้เมล็ดตากแดดเพราะเชื้อจะตาย ควรอ่านและปฏิบัติตามข้อแนะนำ การใช้เชื้อไรโซเบี้ยมจากข้างถุงอีกครั้งหนึ่ง

แนะนำ  คุณลักษณะของถั่วลิสงแต่ละพันธุ์ มีลักษณะเหมือนหรือต่างกัน

ไรโซเบี้ยม200 กรัมต่อเมล็ดถั่วลิสง ประมาณ 15 – 20 กิโลกรัม เพื่อปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ การคลุกเชื้อไรโซเบี้ยมทำได้โดยเคล้าเมล็ดถั่วลิสงด้วยน้ำแล้วเทเชื้อลงคลุกให้ทั่ว เมล็ดที่คลุกไรโซเบี้ยมแล้วควรนำไปปลูกให้หมดภายในวันนั้นหรือหาก เก็บไว้ไม่ควรเก็บไว้นานเกิน 24 ชั่วโมง โดยเก็บไว้ในที่ร่มและมีภาชนะปิด

ถ้าใช้พันธุ์ประเภทเวอร์จิเนีย

เมล็ดจะมีระยะพักตัว ทำให้เมล็ดใหม่จะไม่งอก ดังนั้นจะต้องทิ้งไว้ในที่ที่เหมาะสมนานกว่า2 เดือน จึงสามารถนำไปปลูกได้ หรือถ้าเป็นเมล็ดที่เก็บมาสดๆใหม่ๆ หากจะนำไปปลูกต้องทำ ลายระยะพักตัวก่อน คือหลังจากกะเทาะเมล็ดแล้วให้นำ ไปอบด้วยความร้อน ใช้อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 72ชั่วโมง (ประมาณ 3 วัน)

การปลูกถั่วลิสง

การปลูกให้ยึดหลัก “ดินเลวปลูกถี่ดินดีปลูกห่าง” คือ ถ้าดินดีให้ปลูกแถวห่างกว่าดินเลว การเลือกใช้ระยะระหว่างแถวที่พอเหมาะจะทำให้ได้ผลผลิตสูงสุด และยังเป็นการควบคุมวัชพืชได้ด้วย ถ้าปลูกแถวห่างเกินไป เมื่อต้นถั่วเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว พุ่มใบยังคลุมยังไม่ชิดกัน นอกจากจะเป็นการสูญเสียพื้นที่ว่างเปล่าระหว่างแถวแล้ว ยังทำวัชพืชมารบกวด้วย

ระยะในการปลูก

1.ถ้าปลูกถั่วลิสงในฤดูแล้ง และดินไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ ควรใช้ระยะระหว่างแถวประมาณ 30 เซนติเมตร ระยะระหว่างหลุม 20 เซนติเมตร ยกเว้นเมื่อปลูกในนาซึ่งอาจจะยกร่องให้แคบ ตามที่กำ หนดได้ยาก ระยะแถวอาจกว้างกว่านี้ เพื่อสะดวกแก่การให้น้ำด้วย

2.ถ้าปลูกในฤดูฝนและดินค่อนข้างอุดมสมบูรณ์พืชจะเจริญได้ดี ดังนั้นควรใช้ระยะระหว่างแถวกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร

ควรใส่เมล็ดจำนวน 1 – 3 เมล็ดต่อหลุมหรือในระยะ 1 เมตร ควรมีจำนวนต้นกระจายอยู่ 10 ต้น ปลูกลึกประมาณ 5 – 8 เซนติเมตร ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 20 – 25 กิโลกรัมฝักแห้งต่อไร่

เมล็ดพันธุ์ขนาดใหญ่หรือเล็กควรปลูกควรแยกกลุ่มตามขนาดเมล็ด โดยกลุ่มที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ให้ปลูกในกลุ่มเดียวกัน ส่วนขนาดเมล็ดเล็กถึงปานกลางก็ให้แยกกลุ่มปลูก เพื่อให้เกิดความสม่ำเสมอในการเจริญเติบโตในพื้นที่ กลุ่มเมล็ดขนาดเล็กสามารถเจริญเติบโตให้ผลผลิตได้ดี เช่นเดียวกับกลุ่มเมล็ดขนาดใหญ่

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เอกสารแนะนำที่3/2557 การปลูกถั่วลิสง

การปลูกถั่วลิสงไม่ใช้น้ำ

เทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตถั่วลิสง

บทความที่เกี่ยวข้อง